แผนที่นำทางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Roadmap)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath แผนที่นำทาง คือ เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับองค์ประกอบส่วนต่างๆขององค์กรให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ โดยจะต้องพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยสำคัญในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ (ปัจจัยภายนอก) และสมรรถนะขององค์กรที่มีอยู่ การทำแผนที่นำทาง จะระบุถึงศักยภาพในการนำทรัพยากรที่มีอยู่เดิมกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น หรือช่วยให้องค์กรสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Participation) และความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) ของพนักงานในโครงการต่างๆ กระบวนการวิเคราะห์และจัดทำแผนที่นำทาง โดยสังเขป มีดังนี้

ฉากทัศน์อนาคต (Future Scenario)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath ฉากทัศน์อนาคต คือ มโนภาพเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตที่มีความเป็นไปได้ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอน และปัจจัยที่มีอิทธิพลในการขับเคลื่อนสภาวการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปสู่อนาคต ทำให้สะท้อนเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง ปัจจัยเกื้อหนุน และ ปัจจัยความท้าทาย ในอนาคตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และเนื่องจากความไม่แน่นอนนี้ ทำให้เกิดฉากทัศน์ทางเลือก (Alternative Scenarios) แทนการนำเสนอ ฉากทัศน์ใดฉากทัศน์หนึ่งของอนาคตเพียงภาพเดียว กระบวนการสร้างและวิเคราะห์ฉากทัศน์อนาคต โดยสังเขป มีดังนี้

ทักษะการคิดและบุคลิกภาพ (Thinking and Personality)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath บุคลิกภาพ คือ ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลในด้านต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งถูกหล่อหลอมมาด้วยพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เรียนรู้ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ผ่านการเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม โดยระหว่างทางนั้น จะต้องอาศัยทักษะและกระบวนการคิด (Thinking skill) อันเป็นกิจกรรมที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลแก้ปัญหาตัดสินใจ ตลอดจนสร้างแนวคิดใหม่ๆ เรามักจะใช้ทักษะการคิดเมื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์ การจัดระเบียบข้อมูล การเชื่อมต่อคำถาม การคิดวางแผนหรือตัดสินใจว่าจะทำอะไร

การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม (Communication and Collaboration)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath ภายใต้สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การสื่อสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น นับเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถชี้ขาดความสำเร็จของธุรกิจได้ การประสานงานและการทำงานเป็นทีมด้วยการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพย่อมทำให้องค์กรได้เปรียบในการแข่งขัน และเป็นรากฐานของการเพิ่มขีดความสามารถในทุกมิติ นอกจากการสื่อสารแล้ว คุณภาพและประสิทธิผลของการทำงานเป็นทีม ยังขึ้นอยู่กับลักษณะและแนวทางอื่น ได้แก่

ธุรกิจและนวัตกรรม (Business and Innovation)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath นวัตกรรม คือ สิ่งที่แปลกใหม่ แตกต่างจากสิ่งเดิม เป็นสิ่งมีคุณค่าในตัวของมันเอง สามารถจำแนกได้ 3 ประเภท ได้แก่ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) และนวัตกรรมธุรกิจ (Business Innovation) ความสามารถทางการแข่งขันและความยั่งยืนของธุรกิจในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมทางธุรกิจมีแหล่งที่มาอย่างน้อย 3 แหล่ง ได้แก่

การจัดการและกลยุทธ์ (Management and Strategy)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath การจัดการ คือ ศาสตร์และศิลปะของกระบวนการต่อเนื่อง ในการกำหนดภารกิจและเป้าประสงค์ขององค์กร ตลอดจนกำหนดกลวิธีที่เหมาะสม ที่ทําให้งาน กิจกรรมต่างๆ สําเร็จลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลด้วยทรัพยากรขององค์การที่มีอยู่อย่างจำกัด ภายใต้บริบทของสิ่งแวดล้อมภายนอกขององค์กร กระบวนการจัดการ ประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การจัดองค์การ (Organizing) การสั่งการหรืออำนวยการ (Leading/Directing) และการควบคุม (Controlling) ส่วนกลยุทธ์ คือ กลวิธี แนวทาง ที่ทำให้เกิดการกระทำเพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมายความสำเร็จที่ตั้งไว้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับองค์กร (Corporate) ระดับธุรกิจ (Business) และระดับปฏิบัติการ (Functional)

นวัตกรรมธุรกิจ (Business Innovation)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath นวัตกรรมธุรกิจ คือ นวัตกรรมเพื่อใช้เปลี่ยนแปลงตลาดหรืออุตสาหกรรม เช่น การปรับวิธีการดำเนินงานขององค์กร รวมถึงการพัฒนาสินค้า บริการใหม่ ๆ อันเกิดจากการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กร เพื่อตอบโจทย์การความต้องการของตลาด ตัวอย่างเช่น Uber หรือ Grab ที่เกิดขึ้นจากการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ จนติดตลาดและเปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจในที่สุด ประโยชน์และความสำคัญของนวัตกรรม อยู่ที่การพัฒนาคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างคุณค่า ตลอดจนขยายขอบเขตทางธุรกิจด้วยการมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด กระบวนการพัฒนานวัตกรรม มีขั้นตอนโดยสังเขป ดังนี้

นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath นวัตกรรมกระบวนการ คือ ใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานหรือการออกแบบการดำเนินงานขึ้นใหม่ เช่น ปรับปรุงวิธีการดำเนินงานภายในองค์กรให้แตกต่างออกไปจากเดิม ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตรถยนต์ได้นำระบบ Just In Time มาใช้ผลิตสินค้าให้เท่ากับจำนวนการสั่งซื้อแทนที่จะผลิตจำนวนมาก ๆ เหมือนในอดีต ประโยชน์และความสำคัญของนวัตกรรม อยู่ที่การพัฒนาคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างคุณค่า ตลอดจนการขยายขอบเขตทางธุรกิจด้วยการมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด กระบวนการพัฒนานวัตกรรม มีขั้นตอนโดยสังเขป ดังนี้

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation)

ตัวอย่าง การวิเคราะห์คุณสมบัติ (Characteristics) และปัจจัยสำเร็จ (Success Factors) ด้วย Strath นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ คือ การสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ของสินค้า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้า เป็นต้น ประโยชน์และความสำคัญของนวัตกรรม อยู่ที่การพัฒนาคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างคุณค่า ตลอดจนการขยายขอบเขตทางธุรกิจด้วยการมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด กระบวนการพัฒนานวัตกรรม มีขั้นตอนโดยสังเขป ดังนี้

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award: PMQA)

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ ภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) เป็นกรอบการบริหารจัดการองค์การ ที่ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ส่วนราชการนำไปใช้ในการประเมินองค์การด้วยตนเองที่ครอบคลุม ภาพรวมในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหาร จัดการให้เทียบเท่า มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานราชการปรับปรุงองค์การอย่างรอบด้านและ อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้ง 7 ด้าน (หมวด) คือ (1) การนำองค์การ เป็นการประเมินการดำเนินการของผู้บริหารในเรื่องวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ค่านิยม ความคาดหวังในผลการดำเนินการ การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรมและการเรียนรู้ในส่วนราชการ การกำกับดูแลตนเองที่ดี และดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (2) การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เป็นการประเมินวิธีการกำหนดและ ถ่ายทอดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์หลัก และแผนปฏิบัติราชการ เพื่อนำไปปฏิบัติและวัดผลความก้าวหน้าของการดำเนินการ (3) การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นการประเมินการกำหนดความต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบ การสร้างความสัมพันธ์ และการกำหนดปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้รับบริการและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความพึงพอใจ (4) การวัด การวิเคราะห์Read more ⟶